เงื่อนไขและข้อกำหนดของ บริษัท เพลย์แอนด์เพลย์ จำกัด

คำนิยาม

1. “บริษัท” หมายถึง บริษัท เพลย์แอนด์เพลย์ จำกัด ผู้ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งอย่างถูกต้องตามกฏหมายของประเทศไทย ทะเบียนเลขที่ 0105558097476

2. “ระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์” หมายถึง ร้านค้าของบริษัทในรูปแบบแพลตฟอร์มในการซื้อขายสินค้า ที่เปิดเพื่อทำการซื้อขายผ่านระบบอินเตอร์เน็ท

3. “ลูกค้า” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ทำการส่งคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามายังบริษัท และ/หรือ ได้รับการส่งสินค้าที่ทำการสั่งซื้อจากบริษัท

4. “สมาชิก” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ทำการสร้างบัญชีผู้ใช้กับทางระบบร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท

5. “ผู้เสียหาย” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ได้รับผลกระทบจาก สินค้า บริการ และการใช้งานระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ หรือ การใช้งานช่องทางอิเลคทรอนิกส์อื่นๆของบริษัท หรือ การใช้งานจากช่องทางใดๆที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการดูแลอยู่

6. “ผู้เรียกร้อง” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งอาจจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ก็ได้ แต่ประสงค์จะยื่นข้อเรียกร้อง เสนอแนะ ต่อบริษัท

7. “บัญชีผู้ใช้” หมายถึง บัญชีที่ลูกค้าและสมาชิกสร้างขึ้นเพื่อให้จดจำข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ข้อมูลสำหรับการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้า ข้อมูลสอบถามทางการตลาดเพื่อบริหารการรับข่าวสารจากทางบริษัท โดยจะมีการเข้ารหัสเพื่อเข้าถึงบัญชีผู้ใช้นั้น

8. “คำสั่งซื้อ” หมายถึง การสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ และช่องทางอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท

9. “วันทำการ” หมายถึง วันทำงานของบริษัท โดยไม่ถือว่าวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดราชการ และวันหยุดธนาคารเป็นวันทำการ และมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามที่รัฐบาลประกาศ

10. “ช่องทางอิเลคทรอนิกส์” หมายถึง การสื่อสารใดๆที่ต้องใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ทในการสื่อสาร

การรับทราบ

1. การใช้งานระบบและบริการต่างๆของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท การติดต่อผ่านโซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ทางบริษัทเป็นผู้ดูแลอยู่ รวมไปถึงข้อกำหนดเงื่อนไขต่างๆของทางบริษัท จะอยู่ภายใต้การตีความ และ การบังคับ ของราชอาณาจักรไทย และลูกค้าของบริษัท สมาชิก และบุคคลทั่วไป ที่เข้าใช้งานจะต้องยอมรับต่อเขตอำนาจของศาลแห่งราชอาณาจักรไทยแต่ผู้เดียว

2. บริษัทจะถือว่าการที่ลูกค้าเข้าใช้งานระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท หรือ ลูกค้าได้ทำการส่งคำสั่งซื้อมายังบริษัทผ่านช่องทางอื่นใดก็ตาม ลูกค้าได้ยอมรับข้อผูกพันและยินดีปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ออกโดยบริษัท รวมไปถึงนโยบายและคำแนะนำการใช้งานต่างๆ ที่บริษัทได้กำหนดและชี้แจงไว้ ซึ่งอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามดุลยพินิจของบริษัท ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองก่อนการสั่งซื้อ โดยบริษัทจะถือว่าลูกค้าได้รับทราบและได้ยอมรับข้อผูกพันในข้อกำหนดและเงื่อนไข รวมไปถึงนโยบายและคำแนะนำการใช้งานต่างๆที่บริษัทได้ให้ไว้ และ/หรือ ได้มีการเปลี่ยนแปลงนั้น

3. ในกรณีที่ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ออกโดยบริษัท รวมไปถึงนโยบายและคำแนะนำการใช้งานต่างๆที่บริษัทได้ชี้แจงไว้ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใดๆก็ตาม ให้เริ่มมีผลบังคับใช้ได้นับตั้งแต่วันและเวลาที่บริษัทได้ออกข้อกำหนด เงื่อนไข นโยบายและคำแนะนำการใช้งาน ที่ออกใหม่เหล่านั้น

4. บริษัทไม่ต้องรับผิดใดๆในความผิดพลาดใดๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับการจัดทำ จัดพิมพ์ จัดเตรียม เอกสาร หรือความผิดพลาดใดๆในการตอบรับคำสั่งซื้อ ใบส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ หรือเอกสารอื่นๆ ที่อาจมีการแก้ไข

5. บริษัทเป็นเพียงผู้แทนขายสินค้าให้กับผู้ผลิตสินค้าและผู้นำเข้าสินค้าเท่านั้น โดยทำการขายผ่านทางช่องทางอิเลคทรอนิกส์ และ ช่องทางอื่นๆตามแต่ที่บริษัทเห็นสมควร บริษัทไม่มีหน้าที่ต้องรับผิด และ/หรือ เยียวยาใดๆ ต่อลูกค้าและบุคคลอื่น แทนผู้ผลิตสินค้าและผู้นำเข้าสินค้า

6. บริษัทได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ทั้งนี้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่บริษัทได้ให้ไว้บนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท และ ที่บริษัทได้ให้ไว้ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ และ ข้อมูลที่บริษัทได้ส่งให้กับสื่ออื่นใดก็ตามเพื่อการโฆษณา ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ บริษัทไม่ยืนยันว่ารายละเอียดเหล่านั้นครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ หรือปราศจากความผิดพลาดใดๆ

7. บริษัทอาจมีการทำการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการของบริษัท ผ่านทางช่องทางอื่นๆ โดยมีข้อกำหนด เงื่อนไข ราคา ส่วนลด การจัดส่งสินค้า การรับประกัน ที่แตกต่างกันตามเงื่อนไขที่กำหนด ลูกค้าจะนำข้อมูลดังกล่าวมาอ้างถึงหรืออ้างอิงในการสั่งซื้อสินค้าและบริการของบริษัทในช่องทางอื่นใดนอกเหนือไปจากที่ได้กำหนดไว้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสื่อดังกล่าวนั้นมิได้

8. สกุลเงินที่ใช้ในการระบุราคาสินค้า และบริการต่างๆบนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท บริษัทจะใช้เป็นสกุลเงินบาทเป็นหลักเท่านั้น

9. บริษัทมีสิทธิมอบหมาย หรือ ทำสัญญาช่วง ในการปฏิบัติงานของบริษัทส่วนใดส่วนหนึ่งซึ่งอาจเกี่ยวข้องและมีภาระผูกพันกับการซื้อขายกับลูกค้าภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ออกโดยบริษัท รวมไปถึงนโยบายและคำแนะนำการใช้งานต่างๆ ที่บริษัทได้กำหนดและชี้แจงไว้ บริษัทมีสิทธิเลือกที่จะมอบหมาย หรือ ทำสัญญาช่วงกับผู้ให้บริการรายใดก็ได้ที่บริษัทเห็นว่าเหมาะสม

10. ลูกค้ามีหน้าที่ชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม และบริษัทมีหน้าที่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อนำส่งให้แก่กรมสรรพากรตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย ลูกค้าไม่สามารถร้องขอให้ยกเว้นการเรียกเก็บหรืองดชำระภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ได้ โดยราคาสินค้าและบริการที่บริษัทแสดงไว้บนร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัทจะเป็นราคาที่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้เรียบร้อยแล้ว

11. ข้อมูลต่างๆที่บริษัทได้แสดงเพื่อประกอบการขายอันรวมไปถึงรูปภาพต่างๆของสินค้าและบริการที่บริษัทได้จัดแสดงไว้บนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท ระบบโซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ทางบริษัทเป็นผู้ดูแลอยู่ เอกสารประกอบการขาย โปรโมชั่น และตามช่องทางอื่นๆที่เผยแพร่โดยบริษัท ข้อมูลเหล่านั้นอาจอยู่ภายใต้การคุ้มครองด้วยกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งบริษัทอาจเป็นได้ทั้งเจ้าของลิขสิทธิ์เอง หรือ บริษัทได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ เจ้าของตราสินค้า ผู้นำเข้า หรือ ตัวแทนจัดจำหน่าย ให้นำมาใช้เพื่อประกอบการขายและการประชาสัมพันธ์แล้ว

ข้อมูลส่วนบุคคล

1. บริษัทจะทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเมื่อลูกค้าทำการสั่งซื้อสินค้า หรือ สร้างบัญชีผู้ใช้บนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท โดยข้อมูลที่บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมไว้นั้นอาจรวมไปถึง ชื่อ, ที่อยู่, อีเมล์, หมายเลขโทรศัพท์, เพศ, วันเดือนปีเกิด เป็นต้น

2. บริษัทจะมีการปรับปรุงระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นบริษัทอาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการเข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัทต่อไป

3. บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลต่างๆของลูกค้าและสมาชิกให้กับบุคคลภายนอกได้รับทราบ เว้นแต่การให้ข้อมูลนั้นเป็นการดำเนินการตามคำสั่งซื้อของลูกค้า หรือ เป็นการดำเนินการตามคำสั่งของบริษัทเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งซื้อของลูกค้า หรือ บริษัทได้รับหมายศาล หรือ หนังสือราชการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

4. บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างสุดความสามารถเท่าที่ระบบรักษาความปลอดภัยของระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัทจะพึงกระทำได้ บริษัทจะไม่รับประกันใดๆต่อประสิทธิภาพของระบบรักษาความปลอดภัยของระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัทดังกล่าว และบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ใดๆอันเกิดขึ้นจากการที่บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ลูกค้าให้ไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต

การสั่งซื้อ

1. การส่งคำสั่งซื้อให้กับบริษัทนั้น สามารถกระทำได้โดยผ่านระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัทเท่านั้น เว้นแต่บริษัทจะอนุญาตให้ลูกค้าส่งคำสั่งซื้อเข้ามาทางช่องทางอื่นๆ ทั้งนี้หากลูกค้าทำการส่งคำสั่งซื้อผ่านทางช่องทางอื่นใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางบริษัท บริษัทไม่มีหน้าที่ต้องพิจารณาและกระทำการตามคำสั่งซื้อนั้น

2. บริษัทมีสิทธิในการตอบรับ และพิจารณาคำสั่งซื้อแต่เพียงผู้เดียว

3. บริษัทจะถือว่าการสั่งซื้อเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เมื่อบริษัทได้รับการชำระเงินครบถ้วนตามคำสั่งซื้อแล้วเท่านั้น บริษัทอาจพิจารณายกเลิกคำสั่งซื้อหากไม่ได้รับการชำระเงินภายใน 72 ชั่วโมงนับจากลุกค้าได้ทำการส่งคำสั่งซื้อ หรือ ภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในคำสั่งซื้อ หรือ ตามที่ระบุไว้ในเอกสารประกอบการชำระเงิน โดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า

การยกเลิกคำสั่งซื้อ

1. บริษัทมีสิทธิในการยกเลิกคำสั่งซื้อ ไม่ว่าลูกค้าจะมีการชำระเงินค่าสินค้าเข้ามาแล้วหรือไม่ก็ตาม โดยมีระยะเวลาในการแจ้งให้ลูกค้าทราบภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ลูกค้าได้ส่งคำสั่งซื้อมายังบริษัท

2. ลูกค้ามีสิทธิที่จะยกเลิกคำสั่งซื้อที่ลูกค้าได้ส่งเข้ามาในระบบร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท หรือ ช่องทางการขายอื่นๆ โดยลูกค้าจะต้องปฏิบัติและดำเนินการตามขั้นตอนที่บริษัทได้กำหนดไว้ใน “การสั่งซื้อ” และ “การยกเลิกคำสั่งซื้อ” เท่านั้น ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นครั้งคราวโดยที่บริษัทไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนแปลงนั้น ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองก่อนการสั่งซื้อ

3. ในกรณีที่บริษัท หรือ ลูกค้า ยกเลิกคำสั่งซื้อ และ/หรือ คืนสินค้าด้วยสาเหตุใดก็ตาม บริษัทสามารถหักค่าบริการ ค่าธรรมเนียม รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มอันเกิดจากค่าบริการ ค่าธรรมเนียม ในการชำระเงินของลูกค้า และ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มอันเกิดจากค่าบริการ ค่าธรรมเนียม ในการคืนเงินแก่ลูกค้าออกจากจำนวนเงินที่บริษัทต้องส่งคืนลูกค้าได้

4. ในกรณีที่บริษัท หรือ ลูกค้า ยกเลิกคำสั่งซื้อ และ/หรือ คืนสินค้า ด้วยสาเหตุใดก็ตาม บริษัทสามารถหักค่าบริการ ค่าธรรมเนียม รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มอันเกิดจากค่าบริการ ค่าธรรมเนียม ในการส่งสินค้าให้ลูกค้า และ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มอันเกิดจากค่าบริการ ค่าธรรมเนียม ในการส่งสินค้าคืนมายังบริษัท ออกจากจำนวนเงินที่บริษัทต้องส่งคืนลูกค้าได้ ไม่ว่าการสั่งซื้อสินค้าของลูกค้านั้นจะได้รับการส่งสินค้าฟรีหรือไม่ก็ตาม

 

การชำระเงิน

1. การชำระเงินผ่านบัตรเครดิตบนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัทจะเป็นการชำระเงินผ่านผู้ให้บริการชำระเงินซึ่งมีการป้องกันข้อมูลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยอันเป็นสากลและได้รับการยอมรับโดยทั่วไป ข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าจะไม่ถูกบันทึกไว้ในระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท วิธีการ ค่าธรรมเนียมในการชำระเงิน และเงื่อนไขการใช้งานระบบชำระค่าสินค้าให้เป็นไปตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

2. ลูกค้ายอมรับเงื่อนไขข้อผูกพันในการใช้บริการชำระเงินของผู้ให้บริการชำระเงินที่ลูกค้าเลือกใช้ในการชำระค่าสินค้ากับบริษัท ลูกค้าจะไม่เรียกร้องให้บริษัทต้องรับผิดใดๆในความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากวิธีการ หรือ ช่องทางการชำระเงินที่ลูกค้าเลือกใช้

3. บริษัทมีสิทธิในการตัดสินใจเลือกใช้ ปรับเปลี่ยนผู้ให้บริการชำระเงินแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า ทั้งนี้บริษัทจะเลือกใช้ผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานความปลอดภัยอันเป็นที่เชื่อถือได้เท่านั้น

4. การชำระเงินผ่านทางช่องทางอื่นๆที่มิใช่การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต อาจมีค่าบริการที่ผู้ให้บริการจะทำการเรียกเก็บกับลูกค้าโดยตรง ลูกค้าจะหักค่าบริการนี้ออกจากค่าสินค้าที่ลูกค้าต้องชำระให้กับบริษัทมิได้ หากลูกค้ามีการหักค่าบริการชำระเงินดังกล่าวออกจากจำนวนเงินค่าสินค้าตามคำสั่งซื้อที่ลูกค้าส่งผ่านระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท บริษัทจะถือว่าการชำระค่าสินค้าและการสั่งซื้อสินค้านั้นยังไม่สมบูรณ์ บริษัทไม่มีภาระผูกพันใดๆให้ต้องจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าจนกว่าลูกค้าจะชำระเงินครบถ้วนตามคำสั่งซื้อ ทั้งนี้บริษัทมีสิทธิในการยกเลิกคำสั่งซื้อดังกล่าวหากบริษัทเห็นสมควร

5. อัตราค่าบริการชำระเงินผ่านทางช่องทางอื่นๆที่มิใช่การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา โดยขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการชำระเงินรายนั้นๆ ซึ่งลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองก่อนการสั่งซื้อ ลูกค้าจะเรียกร้องให้บริษัทต้องรับผิดใดๆในความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงค่าบริการชำระเงินนั้นมิได้

6. หากมีความผิดพลาดใดๆในการชำระเงินของลูกค้า ลูกค้ามีหน้าที่ต้องติดต่อบริษัทโดยเร็วที่สุด และจะต้องไม่เกิน 3 วันนับจากวันที่การชำระเงินนั้นเกิดขึ้น หากลูกค้าไม่ทำการติดต่อกลับบริษัทภายในระยะเวลาดังกล่าว บริษัทจะถือว่าการชำระเงินนั้นถูกต้องสมบูรณ์ และเป็นไปตามความต้องการของลูกค้าแล้ว

การคืนเงิน

1. ในกรณีที่บริษัทมีการพิจารณาคืนเงินให้กับลูกค้า บริษัทจะคืนเงินกลับคืนให้กับลูกค้าผ่านทางช่องทางเดิมที่ลูกค้าชำระเงินเข้ามาเท่านั้น

2. ในกรณีที่ลูกค้าได้ทำการชำระเงินด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัท หรือ ชำระด้วยเงินสดผ่านทางช่องทางต่างๆที่บริษัท หรือ ผู้ให้บริการรับชำระได้เตรียมไว้ให้ บริษัทมีความจำเป็นต้องเรียกขอข้อมูลบัญชีธนาคารของลูกค้าเพื่อทำการโอนเงินคืนให้กับลูกค้า โดยบัญชีธนาคารดังกล่าวจะต้องมีชื่อตรงกับชื่อผู้ซื้อสินค้าที่ระบุอยู่บนใบเสร็จรับเงินที่ หรือ ที่ระบุในคำสั่งซื้อเท่านั้น ทั้งนี้บริษัทอาจพิจารณาโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของลูกค้าที่มีชื่อตรงกันกับชื่อผู้รับสินค้าที่ระบุไว้ในคำสั่งซื้อได้

3. ในกรณีที่บริษัทมีการพิจารณาคืนเงินให้กับลูกค้า บริษัทจะดำเนินการคืนเงินให้กับลูกค้าภายใน 45 วันนับถัดจากวันที่ได้ทำการพิจารณาอนุมัติคืนเงินค่าสินค้าให้กับลูกค้า โดยบริษัทจะทำการแจ้งสถานะให้ลูกค้าทราบทันทีหลังจากที่บริษัทได้ทำรายการคืนเงินให้กับลูกค้า โดยระยะเวลาในการรับเงินคืนนั้นจะขึ้นอยู่กับขั้นตอนการดำเนินการ เงื่อนไข และระยะเวลา ของผู้ให้บริการชำระเงิน และ ธนาคารที่ลูกค้าเลือกใช้ เมื่อลูกค้าได้รับการแจ้งการทำรายการคืนเงินจากบริษัทแล้ว ลูกค้ามีหน้าที่ตรวจสอบและติดตามสถานะดังกล่าวด้วยตนเองผ่านทางช่องทาง หรือธนาคารที่ลูกค้าเลือกใช้บริการ

การส่งสินค้า

1. ระหว่างเวลาเปิดทำการของบริษัท บริษัทจะทำการจัดเตรียมสินค้าเพื่อรอการจัดส่งทันทีที่ได้รับคำสั่งซื้อที่มีการชำระเงินถูกต้องสมบูรณ์แล้ว ในกรณีที่ลูกค้ามีการสั่งซื้อสินค้าเข้ามานอกเวลาทำการของคลังสินค้าของบริษัท บริษัทจะรีบดำเนินการทันทีเมื่อบริษัทเปิดทำการ

2. หากการสั่งซื้อของลูกค้าเป็นการสั่งซื้อที่ชำระเงินแล้ว แต่ทำการสั่งซื้อภายหลัง 14.30 น. หรือ ลูกค้าแจ้งชำระเงินภายหลัง 14.30 น. หรือ บริษัทได้รับแจ้งการชำระเงินค่าสินค้าของลูกค้าเกินกว่า 14.30 น. บริษัทขอสงวนสิทธิดำเนินการจัดส่งสินค้าให้ในวันถัดไป

3. บริษัทจะทำการจัดส่งสินค้าเฉพาะในวันทำการเท่านั้น โดยจะทำการจัดส่งสินค้าวันละ 1 รอบ เวลา 15.00 น โดยประมาณ

4. การส่งสินค้าให้กับลูกค้าขึ้นอยู่กับสินค้าคงคลัง บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าภายใน 7 วันทำการ หลังจากวันที่บริษัทได้รับการชำระเงินค่าสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้าครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว หากการชำระเงินดังกล่าวถูกยกเลิกไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆระหว่างช่วงระยะเวลาดังกล่าว บริษัทมีสิทธิในการระงับการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า หรือ ยกเลิกคำสั่งซื้อของลูกค้า จนกว่าจะได้รับการชำระเงินถูกต้องครบถ้วนตามคำสั่งซื้อ

5. บริษัทมีหน้าที่ในการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าให้เป็นไปตามรายละเอียดทั่วไปของสินค้านั้นตามที่ได้แจ้งไว้บนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท หรือเอกสารประกอบการขายอื่นๆที่บริษัทเป็นผู้จัดทำเท่านั้น รายละเอียดอื่นใดที่มีการให้ไว้ผ่านทางช่องทางใดๆก็ตามบริษัทจะถือว่าเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของบริษัท หรือ ผู้กระทำการแทนบริษัทเท่านั้น

6. บริษัทสามารถเลือกใช้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้ารายใดก็ได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัท โดยลูกค้าไม่มีสิทธิโต้แย้ง หรือ ปฏิเสธการรับสินค้าเมื่อสินค้าเดินทางไปถึงยังสถานที่ตามที่ระบุไว้ในสถานที่จัดส่งสินค้า ทั้งนี้ให้ยกเว้นกรณีที่บริษัทมีการอนุญาตให้ลูกค้าได้ทำการเลือกผู้ให้บริการส่งสินค้าด้วยตนเองและลูกค้าได้ระบุไว้ในคำสั่งซื้อที่ส่งเข้ามาในระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท

7. ลูกค้าจะไม่ปฏิเสธการรับสินค้า เมื่อผู้ให้บริการขนส่งสินค้าได้นำสินค้าไปส่งมอบให้กับลูกค้า หรือ เมื่อลูกค้าเข้ารับสินค้าในกรณีเลือกรับสินค้าที่ร้าน 7-Eleven หากลูกค้าไม่ยอมรับสินค้าอันเป็นเหตุให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าต้องนำส่งสินค้ากลับมายังบริษัท บริษัทสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อดังกล่าวได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า

8. หากการส่งสินค้ามีความล่าช้าเกินกว่า 7 วันนับจากกำหนดการเดินทางไปถึงยังที่อยู่ตามที่ลูกค้าระบุไว้ในสถานที่จัดส่งสินค้า หรือลูกค้าไม่ได้รับทราบความเคลื่อนไหวของคำสั่งซื้อของลูกค้าจากทางบริษัทภายใน 7 วันนับจากวันสั่งซื้อ ลูกค้ามีหน้าที่ต้องติดต่อบริษัทภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้ทำการสั่งซื้อ หากลูกค้าไม่มีการติดต่อกลับมายังบริษัทภายในกำหนดเวลาดังกล่าว บริษัทจะถือว่าลูกค้าได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้ว

9. เงื่อนไขการจัดส่งสินค้า และ การรับประกันความเสียหายต่อสินค้าระหว่างการจัดส่ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ผู้ให้บริการขนส่งสินค้ากำหนดเท่านั้น

10. เมื่อบริษัทได้ทำการส่งสินค้าให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะส่งสินค้าโดยผ่านทางผู้ให้บริการรายใดก็ตาม หากมีการสูญหาย หรือความเสียหายเกิดขึ้นกับตัวสินค้า และ/หรือ บรรจุภัณฑ์ อันมิได้เกิดจากผู้ผลิต ผู้นำเข้า และ บริษัท ให้ถือว่าได้เป็นความเสียหายอันเกิดจากการขนส่งสินค้า และลูกค้าสามารถร้องขอให้ผู้ให้บริการขนส่งรับผิดได้ตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการขนส่งกำหนด

การรับประกัน เปลี่ยน คืนสินค้า

1. ข้อกำหนด เงื่อนไข และระยะเวลาในการรับประกันการใช้งานของตัวสินค้า ให้เป็นไปตามข้อกำหนด เงื่อนไข และระยะเวลาการรับประกันสินค้าของผู้ผลิต และ ผู้นำเข้าเท่านั้น

2. ลูกค้ามีสิทธิทำการร้องขอสินค้าทดแทน หรือ เปลี่ยนสินค้า หรือ ขอคืนสินค้า และ ขอเงินคืนได้ โดยต้องแจ้งบริษัทภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้านั้น โดยมีขั้นตอนและเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดไว้ใน “การขอรับสินค้าทดแทน” และ “การเปลี่ยนสินค้า” และ “การคืนสินค้า” และ “การคืนเงิน” และ “การส่งของกลับมายังเรา” ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นครั้งคราวโดยที่บริษัทไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนแปลงนั้น ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองก่อนการสั่งซื้อ

3. สินค้าที่สามารถส่งกลับมายังบริษัทเพื่อทำการขอสินค้าทดแทน หรือ เปลี่ยนสินค้า หรือ คืนสินค้า และขอเงินคืน จะต้องมีลักษณะดังนี้ ต้องบรรจุในบรรจุภัณฑ์ดั้งเดิมจากผู้ผลิต บรรจุภัณฑ์ต้องไม่มีร่องรอยการแกะหรือเปิดออกและยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สินค้าไม่ได้ถูกใช้งานมาก่อนหรือไม่มีลักษณะว่าใช้งานมาก่อน สภาพสินค้าไม่มีร่องรอยใดๆ สินค้าจะต้องอยู่ในสภาพยังสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ป้ายและคู่มือและอุปกรณ์ต่างๆต้องยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ภายในบรรจุภัณฑ์ในสภาพเดียวกันกับที่เราได้ส่งสินค้าไปเท่านั้น เว้นแต่เป็นตำหนิข้อบกพร่องอันเกิดจากการผลิตสินค้าของผู้ผลิต เป็นตำหนิข้อบกพร่องอันเกิดจากผู้นำเข้า หรือ ตำหนิ ความเสียหายอันเกิดจากการเก็บรักษาไม่ถูกวิธีของผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือ บริษัท เท่านั้น

4. ในกรณีที่ลูกค้ามีการร้องขอสินค้าทดแทน หรือ เปลี่ยนสินค้า หรือ คืนสินค้า ลูกค้าจะต้องปฏิบัติและดำเนินการตามขั้นตอนที่บริษัทได้กำหนดไว้ใน “การขอรับสินค้าทดแทน” และ “การเปลี่ยนสินค้า” และ “การคืนสินค้า” และ “การคืนเงิน” และ “การส่งของกลับมายังเรา” ก่อนทำการจัดส่งสินค้ามายังบริษัท ทั้งนี้บริษัทอาจกำหนดช่องทาง หรือ ผู้ให้บริการ ในการส่งสินค้ามายังบริษัท ซึ่งลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดเท่านั้น บริษัทมีสิทธิในการปฏิเสธข้อเรียกร้องใดๆของลูกค้า หากลูกค้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว

5. การร้องขอสินค้าทดแทน หรือ เปลี่ยนสินค้า หรือ ขอคืนสินค้า และ ขอเงินคืน จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อบริษัทได้ทำการตรวจสอบสินค้าที่ลูกค้าส่งกลับมายังบริษัทและมีข้อสรุปผลการตรวจสอบแล้วเท่านั้น บริษัทจะเป็นผู้ตรวจสอบสินค้าดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว และผลการตรวจสอบเป็นดุลยพินิจ และข้อคิดเห็นของบริษัทต่อสินค้าดังกล่าวเท่านั้น

6. เมื่อมีการส่งสินค้ากลับมายังบริษัทภายใต้เงื่อนไข “การขอรับสินค้าทดแทน” และ “การเปลี่ยนสินค้า” และ “การคืนสินค้า” และ “การคืนเงิน” บริษัทจะทำการตรวจสอบสินค้าดังกล่าวก่อนออกผลสรุปการตรวจสอบเพื่อใช้สำหรับพิจารณาการร้องขอของลูกค้า โดยขั้นตอนการตรวจสอบอาจมีระยะเวลาดำเนินการไม่น้อยกว่า 7 วัน และจะไม่เกิน 30 วัน

7. ในกรณีที่สินค้าที่ลูกค้ามีความประสงค์จะขอสินค้าทดแทน หรือ เปลี่ยนสินค้า หรือ ขอคืนสินค้า และ ขอเงินคืน ถูกตรวจสอบแล้วไม่เข้าข่ายที่บริษัทจะสามารถรับเปลี่ยนสินค้าทดแทน หรือ รับเปลี่ยนสินค้า หรือ รับคืนสินค้า และคืนเงิน ได้ บริษัทจะทำการติดต่อลูกค้าเพื่อทำการแจ้งผลการพิจารณาไปยังลูกค้าก่อน ส่งสินค้ากลับไปให้ลูกค้า โดยบริษัทสามารถเรียกเก็บค่าขนส่งสินค้ากลับคืนเต็มจำนวน หรือ อาจเรียกเก็บเพียงบางส่วนกับลูกค้าได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท

8. ในกรณีที่สินค้าที่ลูกค้ามีความประสงค์จะขอสินค้าทดแทน หรือ เปลี่ยนสินค้า หรือ ขอคืนสินค้า และ ขอเงินคืน ถูกตรวจสอบแล้วไม่เข้าข่ายที่บริษัทจะสามารถรับเปลี่ยนสินค้าทดแทน หรือ รับเปลี่ยนสินค้า หรือ รับคืนสินค้า และคืนเงิน ได้ แต่ลูกค้ามีความประสงค์จะขอคืนสินค้า และ ขอเงินคืน บริษัทอาจพิจารณาตอบรับความต้องการของลูกค้าโดยมีค่าธรรมเนียมในการคืนสินค้าที่ 30% ของมูลค่าสินค้า และจะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 บาท

9. เมื่อมีการเปลี่ยนสินค้าและสินค้าใหม่ที่ลูกค้าต้องการเปลี่ยนมีราคาสูงกว่าราคาสินค้าเดิมที่ลูกค้านำมาเปลี่ยน ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบชำระเงินส่วนต่างของค่าสินค้านั้นตามที่บริษัทเรียกเก็บ บริษัทอาจมีการพิจารณาคืนค่าส่วนต่างให้กับลูกค้าเป็นคูปองเงินสด หรือคูปองส่วนลด หากสินค้าใหม่ที่ลูกค้าต้องการเปลี่ยนมีราคาต่ำกว่าราคาสินค้าเดิมที่ลูกค้านำมาเปลี่ยน

10. หากตัวสินค้าที่ลูกค้าได้รับนั้นมีลักษณะ ชำรุดเสียหาย หรือ แตกหัก หรือ ได้รับชิ้นส่วนไม่ครบ หรือ เหตุใดๆก็ตามอันเกิดจากความบกพร่องจากผู้ผลิต บริษัทจะทำการส่งสินค้าชนิดเดียวกัน แบบเดียวกัน สีเดียวกัน ให้กับลูกค้าเท่านั้นเพื่อใช้ทดแทนสินค้าที่มีความบกพร่องดังกล่าว การส่งสินค้าชิ้นใหม่ให้กับลูกค้าจะไม่มีการดำเนินการจนกว่าลูกค้าจะทำการแจ้งมายังบริษัทถึงความบกพร่องของสินค้านั้น โดยลูกค้าจะต้องปฏิบัติและดำเนินการตามขั้นตอนที่บริษัทได้กำหนดไว้ใน “การขอรับสินค้าทดแทน” และ “การส่งสินค้ากลับมายังเรา” เท่านั้น ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นครั้งคราวโดยที่บริษัทไม่ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนแปลงนั้น ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองก่อนการสั่งซื้อ

11. การส่งสินค้าทดแทน หรือ การเปลี่ยนสินค้า ขึ้นอยู่กับสินค้าคงคลังของบริษัท บริษัทจะทำการแจ้งให้ลูกค้าทราบโดยเร็วที่สุดหากบริษัทไม่มีสินค้านั้นในคลังสินค้าของบริษัท ทั้งนี้บริษัทอนุญาตให้ลูกค้าสามารถเลือกเปลี่ยนสินค้าเป็นสินค้าอื่นได้ในมูลค่าเท่ากัน หรือมากกว่าโดยมีการชำระเงินส่วนต่างเพิ่มเติม ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถขอคืนสินค้า และ ขอเงินคืนได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการคืนสินค้า

12. เมื่อลูกค้าจะทำการส่งสินค้าคืนบริษัทภายใต้การร้องขอสินค้าทดแทน เปลี่ยนสินค้า หรือ สินค้า โดยได้รับอนุญาตจากทางบริษัทแล้ว ลูกค้าจะต้องทำการส่งสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับไปจากบริษัทกลับมาให้บริษัทเท่านั้น หากลูกค้าทำการส่งสิ่งของอื่นใดนอกเหนือไปจากที่บริษัทได้ระบุไว้ บริษัทมีสิทธิเรียกเก็บค่าขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นอันเกิดจากสิ่งของที่ลูกค้าส่งมาให้นอกเหนือจากที่ตกลงไว้เอาจากลูกค้าได้

13. เมื่อลูกค้าจะทำการส่งสินค้าคืนบริษัท หากลูกค้าทำการส่งสิ่งของอื่นใดนอกเหนือไปจากที่บริษัทได้ระบุไว้ จนเป็นเหตุให้สินค้าที่ส่งคืนได้รับความเสียหายจากสิ่งของดังกล่าว บริษัทไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดใดๆ หรือ ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องใดๆที่ลูกค้าได้เรียกร้องไว้ก่อนการส่งสินค้ากลับมายังบริษัท

14. เมื่อลูกค้าจะทำการส่งสินค้าคืนบริษัท หากลูกค้าทำการส่งสิ่งของอื่นใดนอกเหนือไปจากที่บริษัทได้ระบุไว้ จนเป็นเหตุให้พนักงานผู้ให้บริการขนส่งสินค้า พนักงานของบริษัท บริษัท ผู้ให้บริการขนส่งสินค้า รวมไปถึงบุคคลอื่น ได้รับความเสียหายทั้งทาง สุขภาพ อนามัย ร่างกาย ชีวิต จิตใจ ทรัพย์สิน และ/หรือ ชื่อเสียง ลูกค้ามีหน้าที่ต้องรับผิด และเยียวยาต่อความเสียหายทั้งหมดนั้น ทั้งนี้ให้รวมไปถึงความเสียหายอันเกิดจากตัวสินค้าที่ลูกค้าส่งคืนบริษัท โดยเกิดขึ้นจากการที่ลูกค้าเก็บรักษาสินค้าไม่ถูกวิธีด้วย

ข้อจำกัดความรับผิด

1. บริษัทไม่ต้องรับผิด และ/หรือ เยียวยาใดๆแก่ลูกค้า ตามข้อกำหนดเงื่อนไขต่างๆที่บริษัทกำหนดขึ้น หากลูกค้ามีการดัดแปลง แก้ไข ปรับปรุง ตัวสินค้า หรือ ลูกค้ามีความจงใจ ประมาทเลินเล่อ หรือ ลูกค้านำสินค้าไปใช้งานอย่างไม่เหมาะสม ใช้งานไม่ตรงตามที่ระบุ ใช้งานไม่ตรงกับคำแนะนำ การใช้งานที่ขัดต่อข้อห้าม ขัดต่อคำเตือน ตามที่ระบุไว้ หรือ เกิดจากการดูแลที่ไม่ถูกต้อง การเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง จนเป็นเหตุให้สินค้าชำรุดเสียหาย มีตำหนิบกพร่อง ไม่สามารถใช้งานได้เป็นปกติ

2. บริษัทไม่มีข้อผูกพันต้องรับผิดใดๆต่ออันตรายที่เกิดขึ้นกับชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย จิตใจ ทรัพย์สิน และ/หรือ ชื่อเสียง ทั้งของลูกค้าและบุคคลอื่น หากอันตรายนั้นเกิดจากการใช้งานสินค้าที่ลูกค้าได้สั่งซื้อและรับมอบไปจากบริษัทอย่างไม่เหมาะสม ใช้งานไม่ตรงตามที่ระบุ ใช้งานไม่ตรงกับคำแนะนำ เป็นอันตรายอันเกิดจากการใช้ที่ขัดต่อข้อห้าม และ/หรือ คำเตือน ตามที่ระบุไว้อย่างชัดแจ้งแล้ว และ/หรือ อันตรายอันเกิดจากการเก็บรักษาไม่ถูกวิธี

3. บริษัทไม่มีข้อผูกพันต้องรับผิดใดๆต่ออันตรายใดๆที่เกิดขึ้นกับชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย จิตใจ และ/หรือทรัพย์สิน ทั้งของลูกค้าและบุคคลอื่น หากอันตรายนั้นเกิดจากสินค้าที่ลูกค้าได้สั่งซื้อและรับมอบไปจากบริษัท อันเกิดขึ้นด้วยเหตุสุดวิสัยนอกเหนือจากการคาดเดาของบริษัท ผู้ผลิต และ ผู้นำเข้า อันตรายอันเกิดขึ้นแม้จะใช้งานอย่างเหมาะสม ตรงตามที่ระบุ ตรงตามคำแนะนำ ตรงตามข้อห้าม และ/หรือ คำเตือน ตามที่ได้ระบุไว้ ไม่ได้เกิดจากการเก็บรักษาไม่ถูกวิธี และ/หรือ เกิดขึ้นนอกเหนือความคาดหมายของผู้ผลิต

4. ในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยนอกเหนือความควบคุมตามความเหมาะสมของบริษัท บริษัทไม่ต้องรับผิดใน การไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือ ความล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่ หรือ การเกิดข้อผิดพลาด หรือ เกิดเหตุขัดข้อง หรือ เกิดความไม่ถูกต้อง หรือเกิดความไม่น่าเชื่อถือ หรือความไม่เหมาะสมใดๆในเนื้อหาบนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์รวมถึงระบบช่องทางการสื่อสารต่างๆ และ/หรือ สินค้าและบริการ ตามภาระผูกพันของบริษัทภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไข รวมไปถึงนโยบายและคำแนะนำการใช้งานต่างๆ ที่บริษัทได้กำหนดและชี้แจงไว้

การติดต่อกับบริษัท และการร้องเรียน

1. ในกรณีที่ลูกค้า ผู้เรียกร้อง หรือ ผู้เสียหาย มีความประสงค์จะส่งข้อเรียกร้อง หรือ ข้อร้องเรียนต่อบริษัท ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าของบริษัทได้ 4 ช่องทาง ดังนี้

1. ทางเว็บไซต์ ที่ เมนู ‘ช่วยเหลือ’

2. เข้าสู่หน้า ‘ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า’ โดยตรง

3. ส่งอีเมล์หาฝ่ายบริการลูกค้าได้ที่ cs@playandplay.co.th

4. ส่งจดหมายเข้ามาที่

    ฝ่ายบริการลูกค้า

    บริษัท เพลย์แอนด์เพลย์ จำกัด

    288/41 หมู่บ้านบ้านใหม่ 1 ซอยพุทธบูชา 36

    แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพ 10140

2. ผู้เรียกร้องมีสิทธิส่งข้อร้องเรียนต่อบริษัทเพื่อให้บริษัทช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้เรียกร้องได้ โดยผู้เรียกร้องจะต้องร้องเรียนเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของทางบริษัท และของคู่ค้าของบริษัท อันเกิดจากการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการจากทางบริษัทเท่านั้น

3. ผู้เรียกร้องมีสิทธิส่งข้อร้องเรียนต่อบริษัทเพื่อให้บริษัทช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้เรียกร้องได้หากเรื่องที่ผู้เรียกร้องเป็นเหตุที่เกิดขึ้นบนระบบต่างๆภายใต้ความดูแลของบริษัทเท่านั้น ไม่ว่าจากระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท หรือ โซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ทางบริษัทเป็นผู้ดูแลอยู่

4. บริษัทจะดำเนินการรับข้อร้องเรียนของผู้เรียกร้องมาพิจารณา เพื่อแก้ไขปัญหาของผู้เรียกร้องอย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว เท่าที่บริษัทจะสามารถดำเนินการได้

5. บริษัทมีสิทธิในการไม่รับข้อร้องเรียนของผู้เรียกร้องหากข้อร้องเรียนนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับสินค้าและการให้บริการของบริษัท หรือ ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับบริการของคู่ค้าของบริษัทอันเกิดจากการสั่งการของบริษัทหรือลูกค้าของบริษัท หรือ ข้อร้องเรียนนั้นไม่มีมูล ไม่เป็นสาระหรือไม่สมเหตุสมผลที่จะร้องเรียน หรือ ข้อร้องเรียนนั้นเป็นข้อร้องเรียนเดิมที่ได้ทำการแก้ไขจนเป็นที่พอใจต่อผู้เรียกร้องแล้ว

6. บริษัทจะนำข้อร้องเรียนต่างๆที่ได้รับมาพิจารณาเพื่อดำเนินการปรับปรุง แก้ไข ระบบ สินค้า และ การให้บริการต่อไปในภายหน้า

7. กรณีที่ข้อร้องเรียนของผู้เรียกร้องเป็นข้อร้องเรียนอันมีความเกี่ยวเนื่องกับการให้บริการหรือการดำเนินการของคู่ค้าของบริษัท ผู้เรียกร้องจะต้องส่งข้อร้องเรียนนั้นไปยังคู่ค้าของบริษัทรายนั้นๆด้วย โดยบริษัทจะช่วยเหลือประสานงานและช่วยติดตามผลให้กับผู้เรียกร้องเป็นระยะๆ

8. บริษัทจะดำเนินการตามเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน

9. ในบางกรณีบริษัทอาจร้องขอข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการแก้ไขตามเรื่องร้องเรียนของผู้เรียกร้อง ทั้งนี้ หากผู้เรียกร้องไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมดังกล่าวภายใน 14 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากทางบริษัท บริษัทจะไม่รับพิจารณาเรื่องร้องเรียนนั้น โดยจะส่งอีเมล์แจ้งไม่รับพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้ผู้เรียกร้องทราบ

10. ในกรณีที่ผู้เรียกร้องมีความประสงค์จะร้องเรียนต่อคู่กรณีที่เกิดการพิพาทกันบนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท หรือ โซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ทางบริษัทเป็นผู้ดูแลอยู่ ผู้เรียกร้องสามารถติดต่อร้องเรียนได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน

11. ในกรณีที่บริษัทหรือคู่ค้าของบริษัท เพิกเฉยต่อเรื่องร้องเรียนของผู้เรียกร้อง หรือ ผู้เรียกร้องรู้สึกไม่เป็นธรรมในการดำเนินการแก้ไขของบริษัทและคู่ค้าของบริษัท ผู้เรียกร้องสามารถส่งเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ โดยสามารถติดต่อได้ที่

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 5 ศูนย์ราช- การเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพ 10210

หรือ อีเมล์ได้ที่ consumer@ocpb.go.th

 

การระงับข้อพิพาท

1. ในกรณีที่บริษัทมีการให้ลูกค้าของบริษัท สมาชิก และบุคคลทั่วไปเข้ามาแสดงความคิดเห็น รีวิวสินค้าและบริการของทางบริษัท ไม่ว่าจะโดยผ่านทาง ระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท หรือ โซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ทางบริษัทเป็นผู้ดูแลอยู่ บริษัทขอสงวนสิทธิไม่แสดง คัดออก หรือ ลบทิ้ง ข้อความที่บริษัทเห็นว่า เป็นความคิดเห็นอันไม่เหมาะสม ไม่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าและบริการของบริษัท มีลักษณะยุยงส่งเสริมให้เกิดการแตกแยก ยุยงให้เกิดการทะเลาะวิวาท มีแนวโน้มจะสร้างความไม่สงบให้กับสังคมออนไลน์ดังกล่าว ออกจากระบบต่างๆที่เป็นของบริษัท หรือ ที่บริษัทดูแลอยู่

2. ในกรณีที่ลูกค้าของบริษัท สมาชิก และบุคคลทั่วไปเกิดมีข้อพิพาทระหว่างกันบนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท หรือ โซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ทางบริษัทเป็นผู้ดูแลอยู่ บริษัทไม่ขอเกี่ยวข้องใดๆกับผู้ก่อให้เกิดเหตุดังกล่าว และบริษัทขอสงวนสิทธิไม่แสดง คัดออก หรือ ลบทิ้ง ข้อความดังกล่าวออกจากระบบต่างๆที่เป็นของบริษัท หรือ ที่บริษัทดูแลอยู่

3. กรณีที่ลูกค้าของบริษัท สมาชิก และบุคคลทั่วไปเกิดมีข้อพิพาทระหว่างกันบนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท หรือ โซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ทางบริษัทเป็นผู้ดูแลอยู่ ประสงค์จะขอความร่วมมือจากทางบริษัทเพื่อขอหลักฐานในการดำเนินคดี บริษัทจะสามารถเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้หากท่านมีการแสดง คำสั่งศาล คำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเท่านั้น

4. บริษัทจะพยายามอย่างถึงที่สุดในการรักษาความสงบเรียบร้อยบนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท และโซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ทางบริษัทเป็นผู้ดูแลอยู่ ทั้งนี้ข้อมูลที่แสดงทั้งหมดอาจอยู่เหนือการควบคุมของทางบริษัท บริษัทอาจไม่สามารถตรวจสอบเนื้อหา รูปภาพ ข้อความ ความคิดเห็น ทั้งหมดได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน และ ระงับ ข้อพิพาทต่างๆที่อาจเกิดขึ้น บริษัทใคร่ขอให้ผู้เสียหายจาก รูปภาพ ข้อมูล ความคิดเห็น ที่แสดงอยู่บนระบบร้านค้าอิเลคทรอนิกส์ของบริษัท และโซเชี่ยลมีเดียต่างๆที่ทางบริษัทเป็นผู้ดูแลอยู่ แจ้งข้อเรียกร้องผ่านทางช่องทางต่างๆที่บริษัทได้ให้ไว้ โดยระบุรายละเอียดเหล่านี้ให้ครบถ้วน

1. ชื่อ ที่อยู่ ที่สามารถติดต่อได้

2. ชื่อ ที่อยู่ ตามบัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต

3. หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ ที่สามารถติดต่อได้

4. รายละเอียดข้อร้องเรียนต่างๆที่ต้องการเรียกร้อง

5. พยานหลักฐาน (ถ้ามี)

6. ข้อเสนอแนะ หรือ ข้อเรียกร้อง หรือ คำแนะนำ ที่ต้องการให้ทางบริษัทดำเนินการแก้ไข

5. บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบตามข้อเรียกร้องภายหลังจากวันที่ได้รับข้อร้องเรียนครบถ้วน ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดดังกล่าว ภายใน 60 วัน

6. หากบริษัทได้รับทราบว่าการตรวจสอบข้อเรียกร้องของผู้เรียกร้องมีแนวโน้มที่จะใช้ระยะเวลาดำเนินการนานเกินกว่า 60 วัน บริษัทจะทำการแจ้งให้ผู้เรียกร้องทราบโดยเร็วที่สุด

7. ในระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อเรียกร้องดังกล่าว ผู้เรียกร้องตกลงที่จะไม่ดำเนินคดี หรือ สละสิทธิในการดำเนินคดี ไม่ว่าจะในทางแพ่ง หรือ ทางอาญา กับทางบริษัท ผู้บริหารของบริษัท หรือ พนักงานของบริษัท

8. ในระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อเรียกร้องดังกล่าว ผู้เรียกร้องตกลงที่จะไม่เผยแพร่ข้อมูลอันสร้างความเสื่อมเสียให้กับ บริษัท ผู้บริหารของบริษัท หรือ พนักงานของบริษัท จนกว่าจะได้ข้อยุติ

9. บริษัทจะดำเนินการระงับข้อพิพาท หรือ เยียวยาต่อผู้เรียกร้อง โดยบริษัทอาจดำเนินการแก้ไข หรือ เยียวยาตามที่ผู้เรียกร้องได้เรียกร้อง เสนอแนะ แนะนำ ต่อบริษัท หรือ บริษัทอาจดำเนินการแก้ไข หรือ เยียวยาตามที่บริษัทเห็นสมควรก็ได้

10. บริษัทขอสงวนสิทธิไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องที่ร้องขอการเยียวยาอันไม่เหมาะสม การร้องขอเกินกว่าความเหมาะสมต่อเหตุ หรือ การร้องขอใดๆอันขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมจรรยา จารีต ประเพณี

11. บริษัทจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ทั้งนี้ผู้เรียกร้องมีสิทธิตอบรับ หรือ ปฏิเสธ ผลสรุปในการดำเนินการระงับข้อพิพาท หรือ เยียวยาต่อผู้เรียกร้องก็ได้ และผู้เรียกร้องตกลงว่า จะไม่ทำการดำเนินคดี ไม่ว่าจะในทางแพ่ง หรือ ทางอาญา กับทางบริษัท ผู้บริหารของบริษัท หรือ พนักงานของบริษัทไม่ว่าผู้เรียกร้องจะตอบรับหรือปฏิเสธผลสรุป หรือ การเยียวยาดังกล่าว

12. ผู้เรียกร้องตกลงว่า จะไม่ทำการดำเนินคดี ไม่ว่าจะในทางแพ่ง หรือ ทางอาญา กับทางบริษัท ผู้บริหารของบริษัท หรือ พนักงานของบริษัท ในกรณีที่บริษัทได้ดำเนินการตามที่ท่านเรียกร้อง ไม่ว่าจะดำเนินการตาม ข้อเสนอแนะ ข้อเรียกร้อง คำแนะนำ ที่ผู้เรียกร้องต้องการให้ทางบริษัทดำเนินการ หรือ ท่านได้ตกลงยอมรับการดำเนินการแก้ไข หรือ เยียวยา ใดๆจากทางบริษัท ที่บริษัทได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของท่านแล้ว

13. หากผู้เรียกร้องละเมิดต่อเงื่อนไขข้อกำหนด หรือ ข้อตกลงระหว่างผู้เรียกร้องกับบริษัท จนเป็นเหตุให้บริษัท ผู้บริหารของบริษัท หรือ พนักงานของบริษัท เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะต่อ ทรัพย์สิน หรือ ชื่อเสียง ผู้เรียกร้องตกลงจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ บริษัท ผู้บริหารของบริษัท หรือ พนักงานของบริษัท ตามที่กฎหมายกำหนด

 

 

ปรับปรุงเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2560